Showing posts with label เครื่องมือช่าง. Show all posts
Showing posts with label เครื่องมือช่าง. Show all posts

Monday, 24 November 2008

ดอกต๊าปมือ ( Tap )




ดอกต๊าปมือ (Tap)
ดอกต๊าปมือ ใช้ทำเกลียวภายในรู หรือ Nut ( เกลียวตัวเมีย ) ตัวต๊าปเองมีลักษณะเหมือน Bolt ( เกลียวตัวผู้ ) ที่ทำร่องไว้ 3 – 4 ร่อง ตามความยาวของแนวแกน ร่องนี้บางแบบตรงและบางแบบเฉียง แบบที่เฉียงจะช่วยคลายเศษขี้จากการอุดตันได้ ต๊าปประกอบด้วยคมตัดหลายคมและมักจะทำด้วยเหล็กคาบอนด์ (Carbon) หรือเหล็กกล้าผสมที่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อนที่ทำให้แข็งตัวมาแล้ว
โดยมากต๊าป 1 ชุดจะมี 3 ชนิด โดยชนิดที่ 1 จะมีความเรียวมากที่สุดประมาณ 5 – 7 ฟัน ชนิดที่ 2 จะมีความเรียวรองลงมาประมาณ 3 ฟัน จนถึงชนิดที่ 3 จะมีความเรียวน้อยที่สุด ต๊าปที่ใช้ทำเกลียวด้วยมือนี้ ถ้าทำเกลียวที่เจาะตลอดใช้ตัวที่ 1 ตัวเดียวก็เพียงพอ แต่ถ้ารูนั้นเป็นรูที่ไม่ทะลุจำเป็นต้องใช้ต๊าปทั้ง 3 ตัวเรียงตามลำดับพร้อมกับสารหล่อลื่นที่เหมาะสม
ต๊าปเมื่อใช้กับเครื่องเจาะหรือเครื่องทำเกลียวโดยเฉพาะ จำเป็นต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์พิเศษซึ่งสามารถหมุนไป และหมุนกลับได้ นอกจากนั้นยังต้องปรับตั้งฟีดหรือความเร็วอัตราป้อนให้สัมพันธ์กับการหมุนและโดยมากจะจัดให้การหมุนกลับเร็วกว่าการหมุนไปเพื่อประหยัดเวลาละค่าแรง



ข้อสังเกต
1) การใช้ต๊าปด้วยมือ จำเป็นต้องหมุนถอยหลังทุกๆ ½ - 1 รอบ ของการหมุนเดินหน้า เพื่อขจัดเศษจากการตัดและป้องกันต๊าปหักคารู
2) ก่อนทำเกลียวจำเป็นต้องเจาะรูก่อนเสมอ การเจาะรูจะทำขนาดเท่าใด มีวิธีการคำนวนคร่าวๆ คือ ใช้ขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางเกลียวลบกับระยะพิทซ์ จะได้เป็นขนาดของรูเจาะที่จะได้เนื้อของสันเกลียวเท่ากับ 75% ของความลึกทั้งหมดขนาด 75% นี้เป็นที่นิยมทั่วไป เพราะความแข็งแรงลดลงนิดหน่อย แต่ทำงานสะดวกขึ้นมาก
จากผลการทดลองในอดีตพบว่า เราสามารถลดเปอร์เซ็นต์เนื้อเกลียวให้เหลือ 50% ได้โดยความแข็งแรงยังมีมากพอต่อการใช้งาน และพบว่าสำหรับเกลียวขนาด 6 ม.ม. ถ้าลดเนื้อเกลียวจาก 75% ลงมาเหลือ 50% จะสามารถลดแรงตัดในต๊าปลงได้ถึง 5
เท่าตัว นั่นหมายความว่าประหยัดกำลังได้มาก เพิ่มความเร็วในการทำงานสูงขึ้น หล่อลื่นได้ง่ายกว่า และลดโอกาสต๊าปจะแตกหักลง
ดังได้อธิบายมาแล้วทั้งหมดจะเห็นได้ว่า วิธีการทำเกลียวจากต๊าปเป็นวิธีที่จำเป็นต้องใช้ฝีมือในการทำงาน มีประสบการ์ และเป็นวิธีรที่ค่อนข้างช้า แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้อยู่บ้างเพื่อใช้เป็นความรู้ในการทำงาน

ข้อควรปฏิบัติในการต๊าปเกลียว
1) ขนาดของรูเจาะที่ต้องการทำเกลียวจะถูกต้องตามขนาดของดอกต๊าปนั้นๆ
2) ก่อนทำการตัดเกลียวรูเจาะ ควรผายปากรูที่ขอบของรู เพื่อจะทำให้การเริ่มตัดเกลียวสะดวกยิ่งขึ้น
3) ใช้ดอกต๊าปตามลำดับของคมตัดให้ถูกวิธี
4) ในขณะทำการตัดเกลียวต้องไล่เศษโลหะอยู่เสมอโดยใช้ลมเป่า

Sunday, 23 November 2008

ค้อน ( Hammer )

ค้อน (Hammer)
ค้อนเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ตอกในงานประกอบต่างๆโดยสามารถใช้ตอกหรือตีบนวัตถุให้แน่นหรือดัดโค้งงอ เพื่อขึ้นรูปได้ ค้อนมีหลายขนาดและชนิดต่างๆกันด้วย
โดยทั่วไปค้อน (Hammer) ในงานช่างจะออกแบบค้อนมาใช้งาน 3 แบบ คือ
1.ค้อนหัวแข็ง หัวค้อนจะทำจากวัสดุที่มีความแข็งแกร่งมาก เช่นเหล็กกล้า ตีขึ้นรูป ฯลฯ
2.ค้อนหัวแข็งปานกลาง หัวค้อนจะทำจากวัสดุที่มีความแข็งพอประมาณเช่น ทองแดง พลาสติก ฯลฯ
3.ค้อนหัวอ่อน หัวค้อนจะทำจากวัสดุที่มีความหยุ่นในตัวเอง เช่น ยางไม้เนื้ออ่อน ฯลฯ



นอกจากการแบ่งประเภทด้วยวัสดุที่ผลิตหัวค้อนแล้ว ค้อนยังแบ่งออกตามรูปร่างและลักษณะการใช้งานอีกหลายแบบ ซึ่งผู้ใช้จะเรียกชื่อ ตามการใช้งานก็ได้ค้อนหัวแข็งเป็นค้อนที่ใช้ในงานช่างกลทั่วไป แบ่งออกตามรูปร่างการใช้งานค้อนหัวแข็งที่คุณภาพจะผลิตจาก เหล็กกล้าขึ้นรูป ด้วยวิธีตีขึ้นรูป ที่นิยมใช้งานมากที่สุดคือ ค้อนหัวกลม (Ball peen hammer) น้ำหนักที่นิยมใช้ในงานปกติระหว่าง 2 ออนซ์ ถึง 3 ปอนด์ด้าม ค้อนโดยทั่วไปจะทำจากไม้เนื้อแข็งคุณภาพดี เหลาขึ้นรูป มีรูปทรงที่จับกระชับกับอุ้ง
มือ และมีความยาวพอเหมาะในการเหวี่ยงค้อน ให้มีน้ำหนัก กระทบชิ้นงานพอเหมาะที่กลางหัวค้อนจะเจาะรูเพื่อการยึดติดกับด้าม รูที่ทำไว้นี้มีลักษณะเรียวเข้าหาส่วนกลางทั้ง2ด้านและตัวค้อนกับหัวค้อน ต้องยึดกันแน่น โดยมีลิ่มตอกที่กลางด้ามค้อนบริเวณส่วนบนของหัวค้อน เมื่อหัวค้อนหลวมคลอน ให้ตอกลิ่มตัวนี้ลงไปเพื่อเพิ่มแรงอัดระหว่าง ด้ามค้อนกับหัวค้อน ซึ่งจะทำให้การจับยึดแน่นหนาขึ้น อุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้ค้อนที่มากที่สุดคือ หัวค้อนหลุดจากด้ามทำอันตรายต่อ เพื่อนร่วมงานหรือวัตถุอื่นที่ใกล้เคียง

ข้อควรระวังในการใช้ค้อน
1. ใช้ค้อนให้ถูกต้องกับลักษณะของงานที่จะทำ
2. อย่าใช้ค้อนที่ด้ามหลวม เพราะอาจหลุดไปถูกผู้อื่นได้
3. เวลาใช้งานพยายามตี ตอก โดยใช้หน้าค้อนตีให้ให้เต็มหน้า
4. เก็บรักษาไว้ให้เป็นที่หลังการใช้งานแล้ว
5. หน้าค้อนต้องมีผิวเรียบอยู่เสมอ ค้อนที่ใช้ต้องสะอาดอย่าให้เปื้อนน้ำมัน

Friday, 21 November 2008

เลื่อยมือ (Hand Saws)




เลื่อยมือ (Hand Saws)
เลื่อยมือเป็นเครื่องมือตัดหรือเฉือนโลหะอีกชนิดหนึ่งที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับใช้ตัดท่อหรือแท่งเหล็กกลมที่มีขนาดเล็กและแผ่นโลหะที่หนาเกินกว่าจะใช้กรรไกรตัดได้

ความปลอดภัยในการใช้เลื่อยมือ
1.สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ได้แก่ แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกัน เศษโลหะกระเด็นเมื่อใบเลื่อยหัก และสวมใส่รองเท้านิรภัยเพื่อป้องกันของหนัก ตกทับเท้า
2. เลือกใช้ใบเลื่อยให้เหมาะสมกับชิ้นงาน ถ้าชิ้นงานมีความหนาจำนวนฟันของ ใบเลื่อยต่อความยาวหนึ่งนิ้วจะน้อย ถ้าชิ้นงานบางจำนวนฟันของใบเลื่อยต่อ ความยาวหนึ่งนิ้วจะมาก
3. ใส่ใบเลื่อยเข้ากับโครงเลื่อย โดยให้ฟันของใบเลื่อยพุ่งออกจากด้ามของเลื่อย เพื่อให้การทำงานสะดวกและปลอดภัย
4. ปรับใบเลื่อยให้ตรงกับโครงเลื่อยแล้วขันสกรูดึงให้ใบเลื่อยตึง
5. การจับเลื่อย สำหรับคนงานที่ถนัดมือขวา ให้ใช้มือขวาจับที่ด้าม ส่วนมือซ้ายจับที่ ด้านปลายของโครงเลื่อย ส่วนการวางเท้าให้ตำแหน่งเท้าซ้ายชิดกับชิ้นงาน ส่วนเท้าขวาห่างจากชิ้นงานประมาณ 18-20 นิ้ว
6. ขณะเลื่อยให้ออกแรงกดใบเลื่อยในจังหวะดันเลื่อยไปข้างหน้า ด้วยแรงเพียงพอที่ ฟันของใบเลื่อยจะตัดชิ้นงาน ส่วนจังหวะชักเลื่อยกลับไม่ควรออกแรงกดเลื่อย ถ้าใบเลื่อยติดขัดกับตัวชิ้นงานให้ออกแรงเพียงพอที่จะดึงใบเลื่อยออกพ้นจากจุดที่ติด
7. ใบเลื่อยจะหักได้ง่ายถ้าออกแรงกด กระแทกหรือบิด ขณะเลื่อยมากไป
8. ความเร็วของการเลื่อยไม่ควรเกิน 50 ครั้งต่อนาที เพราะถ้าเร็วมากไปใบเลื่อย จะร้อน และฟันของใบเลื่อยจะอ่อนตัดไม่เข้า ความเร็วของการเลื่อยจะเปลี่ยนไป ตามวัสดุที่ใช้ทำใบเลื่อย จำนวนฟันเลื่อย และวัสดุที่จะเลื่อย
9. ถ้าชิ้นงานเป็นแผ่นบางควรใช้ไม้ประกบหน้าและหลังขณะเลื่อย มิฉะนั้นชิ้นงาน จะบิดไปมาขณะเลื่อย จะทำให้ใบเลื่อยหักง่าย
10. กรณีที่ชิ้นงานเป็นท่อบาง ให้ใช้ประกบท่อขณะจับปากกา ส่วนท่อบริเวณที่จะ เลื่อยต้องหาไม้อุดไว้
11. ขณะเลื่อยต้องระมัดระวังตลอดเวลาเพราะใบเลื่อยอาจหักทำอันตรายแก่มือได้
12. การทำความสะอาดเศษขี้เลื่อยให้ใช้แปรง ห้ามใช้ลมเป่า
13.ขอบชิ้นงานที่ตัดเสร็จจะคม ควรใช้ตะไบถูออกให้เรียบ
14. ภายหลังจากใช้เสร็จ ควรถอดใบเลื่อยออกจากโครงเลื่อยแล้วเก็บไว้พร้อมชโลม น้ำมัน ส่วนโครงเลื่อยให้แขวนในที่จัดเตรียมไว้

Tags: , , , , ,

Tuesday, 18 November 2008

คีม, ปากกาจับชิ้นงาน

คีม
คีม ( Pliers )
เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นต้องต่อการใช้งานของช่างในหลายๆสาขา ซึ่งคีมมีประโยชน์อยู่หลายประการ เช่น ใช้สำหรับจับวัสดุ-อุปกรณ์, ตัดเหล็กบางๆ ตัดลวด และการขึ้นรูปชิ้นส่วน เป็นต้น

คีมที่ใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์จะต้องเป็นคีมที่มีฉนวนห่อหุ้มที่ด้ามจับทั้ง 2 ข้าง เพื่อความปลอดภัยในการ ทำงานส่วนมากคีมที่พบเห็นในงานด้านอิเล็กทรอนิกส์พื้นฐานทั่วไปจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ

1.คีมตัด (Cutting pliers) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดสายไฟ, ตัดขาอุปกรณ์ และบางทีสามารถใช้ในการปลอกสายไฟได้

2.คีมปากยาว (Long nose pliers) เป็นคีมที่ใช้ในการจับชิ้นงานขนาดเล็ก, ใช้ในการตัดขาอุปกรณ์ เช่น ขาตัวต้านทาน, ขาตัวเก็บประจุ เป็นต้น บางทีอาจจะใช้ในการขันนอต-สกรูที่มีพื้นที่จำกัด

ข้อควรระวังในการใช้คีม
ไม่ควรใช้คีมตัดในการตัดวัสดุที่มีความแข็ง ตัวตะปู,สกรู หรือสายไฟขนาดใหญ่ เพราะอาจทำให้คีมหมดสภาพความคม หรือชำรุดเสียหายได้
ปากกาจับชิ้นงาน
ปากกาจับชิ้นงาน
ปากกาจับชิ้นงาน ( Bench Vise ) เป็นเครื่องมือสำหรับประกอบหรือใช้สำหรับการทำงาน โดยใช้จับชิ้นงานให้แน่นเพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติงานอื่น เช่น จับโลหะ ไม้ พลาสติกอื่น ๆ ในการตัดเจาะ ตัด ขัด ตอก หรือตะไบ เป็นต้น ปากกามีหลายชนิด เช่น

Thursday, 13 November 2008

สกัด





สกัด
เป็นเครื่องมือสำหรับตัดหรือเฉือนชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งต้องนำมาใช้ร่วมกันกับค้อน ปกตินิยมใช้สกัดในการตัดเศษโลหะส่วนที่เกินบนผิวโลหะ ใช้ตัดน๊อตหรือสลักเกลียวที่ถอดไม่ออก ตัดรอยเชื่อมส่วนเกิน ตัดแผ่นโลหะและใช้เซาะร่อง สกัดทำมาจากเหล็กกล้าชั้นดี มีความแข็งแรงมากและเหนียวมากกว่าเหล็กทั่วๆไป มีขนาดความยาวประมาณ 4-8 นิ้ว

สกัดสามารถแบ่งได้ตามชนิดของปากได้ 4 แบบดังนี้
1.สกัดปากแบน (Flat) มีลักษณะปากกว้างและโค้งเล็กน้อยหรือแบน ใช้ในการตัดและเฉือนโลหะทั่วไป

2.สกัดปากจิ้งจก (Cape) ลักษณะจะคล้ายกับสกัดปากแบน แต่จะมีปากแคบกว่าและมุมปลายจะโตกว่า

3.สกัดปากมน (Round Nose) ปากจะถูกเฉือนให้อยู่ในลักษณะคล้ายกับวงรี ใช้สำหรับในการเซาะร่องกลมๆ ครึ่งวงกลม หรือมีลักษณะโค้งๆ

4.สกัดปากเฉียง (Diamond Point) ปากจะถูกตัดเฉียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ใช้สำหรับลบความคมของขอบภายใน

ปากของสกัดนั้นจะต้องลับให้คมอยู่เสมอ และต้องให้มีมุมที่ถูกต้องด้วย โดยทั่วไปแล้วมุมที่ปากสกัดจะมีต่าประมาณ 60-70 องศา
การใช้งานสกัดในการเฉือนโลหะ
1.ยึดชิ้นงานให้มั่นคงแข็งแรง

2.จับสกัดให้แข็งแรง อย่างให้แน่นจนเกินไป

3.เอียงสกัดด้วยมุมต่างๆ กันให้มีความเหมาะสม โดยเริ่มต้นควรทำมุมกับชิ้นงานให้มาก จากนั้นจึงลดมุมลง แต่อย่าให้น้อยเกินไปเพราะอาจเกิดการไถลได้

4.เวลาใช้ในการตัดให้ดูที่ปากสกัด อย่าดูที่หัวของสกัด

5.ตอกหัวสกัดด้วยค้อน ซึ่งใช้แรงที่เท่ากันโดยจับค้อนตรงบริเวณปลายด้าม

6.ควรเริ่มเฉือนจากขอบชิ้นงานจนเข้ามาบริเวณกลางๆ

ข้อควรระวังในการใช้งานสกัด
1.สกัดที่หัวบานมีลักษณะคล้ายกับดอกเห็ด ควรจะตกแต่งให้เรียบร้อยก่อนการใช้งาน เพื่อป้อนกันการลื่นไถลเวลาใช้ค้อนตี

2.เช็ดทำความสะอาดสกัดให้เรียบร้อยเวลามีคราบน้ำมันติด เพราะจะทำให้ลื่นในการจับ

3.ระวังเศษโลหะกระเด็นเข้าตา ควรมีการป้องกันให้เรียบร้อย

Tags: , , , , ,

ตะไบ




ตะไบ
ตะไบเป็นเครื่องมือที่ทำจากเหล็กแข็งใช้ในการขัดตกแต่งผิวหรือปาดหน้าชิ้นงานที่ต้องการขจัดเนื้อโลหะทิ้งไปไม่มากนัก ตะไบมีรูปร่างลักษณะหลายแบบและหลายขนาด

ลักษณะและรูปร่างของตะไบ
ตะไบมีหลายแบบในที่นี้จะกล่าวเฉพาะที่จำเป็นและใช้งานเป็นประจำ ซึ่งส่วนมากจะพิจารณาจากหน้าตัดของตัวตะไบ

ชนิดของฟันตะไบ
ก่อนที่จะทราบชนิดของฟันตะไบ โดยทั่วไปควรจะทราบก่อนว่า “คมตัด” ของตะไบนั้นมี 4 ลักษณะด้วยกัน

1. ลักษณะคมตัดเดี่ยว (single-cut) จะเป็นลักษณะร่องฟันมีแถวเดียวซึ่งจะทำมุมกับแนวยาวของหน้าตะไบ
2. ลักษณะคมตัดคู่ (Doub-cut) จะแตกต่างกับลักษณะแรก คือร่องฟันจะตัดกัน ปลายคมตัดจะมียอดแหลมสามารถตัดเฉือนวัสดุได้ดีกว่า
3. ลักษณะคมตัดหยาบ (Rasp-cut) ลักษณะของฟันจะเป็นยอดแหลมคล้ายฟันของเครื่องมือช่างที่สำหรับตกแต่งไม้ ซึ่งเรียกว่า “บุ้ง” ดังนั้นคมตัดชนิดนี้ใช้แต่งวัสดุอ่อนไ เช่น อลูมิเนียม ฯลฯ เพื่อทำเป็นรูปร่างของงานที่ต้องการในขั้นต้นได้เป็นอย่างดี
4. ลักษณะคมตัดเป็นรูปโค้ง (Curved-cut) ลักษณะของฟันชนิดนี้จะเป็นรูปโงมีระยะห่างระหว่างฟันมากเวลาใช้งานเศษวัสดุจะไม่ติดร่องฟัน ใช้ทำงานตกแต่ง วัสดุนี้มีลักษณะโค้งนูนจะสะดวกกว่าแบบอื่นมาก



เทคนิคในการตะไบชิ้นงาน
การเริ่มการตะไบ สิ่งแรกที่ควรรู้คือตำแหน่งการวางเท้า และจังหวะการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายให้สัมพันธ์และถูกต้องจึงจะทำให้การปฏิบัติงานโดยไม่มีการเหนื่อยหรือเมื่อยล้าเร็วเกินไป
ท่ายืนปฏิบัติงานตะไปที่ถูกต้องเท้าทั้งสองควรอยู่ในตำแหน่งเป็นมุมต่อกัน 30-40 องศา เท้าซ้ายอยู่ใกล้ปากกาและให้เท้าขวาทำมุมกับเท้าซ้าย 70-75 องศา
การจับตะไปที่ถูกต้องจะต้องจับด้ามตะไบ (ด้วยมือที่ถนัด) ให้ด้ามตะไบอยู่ในอุ้งมือ โดยที่นิ้วหัวแม่มืออยู่บนด้ามตะไบให้ชี้ไปข้างหน้าและจับปลายตะไบด้วยมืออีกข้างหนึ่งให้นิ้วมือเรียงและจับอยู่ด้านในของหน้าตะไบ

แลกลิงค์

Create your own banner at mybannermaker.com!
Copy this code to your website to display this banner!
ต้องการแลกลิงค์ติดต่อ plasmamax@gmail.com